[Android] Root คืออะไร ทำให้เครื่องเร็วขึ้นจริงหรือเปล่า?


หลาย ๆ คนที่ใช้ Android อาจจะเคยได้ยินคำว่า “Root” หรืออาจจะเคยเข้าใจว่าเมื่อ Root แล้วจะทำให้เครื่องเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรามาดูกันครับว่ามันจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่า

คำว่า Root จริง ๆ แล้วอธิบายเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ คือการให้สิทธิเราเป็น Admin ที่สามารถทำอะไรกับระบบในเครื่องได้มากกว่าผู้ใช้งานปกติทั่วไปที่ไม่ได้ทำการ Root ดังนั้นลำพังการ Root อย่างเดียว ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องแต่อย่างใดครับ แค่เราจะมีสิทธิทำอะไรที่มากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง (ซึ่งตรงนี้แหละเป็นจุดสำคัญที่เราจะทำให้เครื่องเราเร็วขึ้นได้) เรามาดูกันดีกว่าครับว่า หลังจาก Root แล้วสิ่งหลัก ๆ ที่เราจะทำได้มีอะไรบ้าง

Custom ROM

คำว่า ROM นั้นอธิบายง่าย ๆ ก็คือตัว Software ทั้งหมดในเครื่องของเรา ที่เอามารวม ๆ กันเป็นระบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งตัว ROM นี้เองที่จะเป็นตัวระบุว่าโทรศัพท์ของเราจะมีฟีเจอร์อะไรบ้าง และมีรูปแบบการใช้งานเป็นอย่างไร

หลังจากเราทำการ Root เรียบร้อยแล้ว เราจะมีสิทธิในการลง Custom ROM แทน ROM ที่ติดมากับเครื่องได้ ซึ่ง Custom ROM แต่ละตัวนั้นก็จะมีฟีเจอร์หรือการปรับแต่งที่ต่างกันตามแต่ผู้พัฒนา Custom ROM นั้น ๆ จะใส่เข้าไป เช่นการลบแอปฯ ที่ติดมากับเครื่องที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานออก เพื่อเพิ่มพื้นที่ของเครื่อง และลดการใช้แบตเตอร์รี่ หรือทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการแสดงผลของเครื่องได้มากกว่าปกติ เป็นต้น

Custom Kernel

อีกอย่างที่เราสามารถหาโหลดมาเปลี่ยนแทนของเดิมได้คือ Kernel ซึ่งนิยามง่าย ๆ ของมันก็คือ เป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่าง Software กับ Hardware ของเครื่อง ซึ่งเราจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างของมันได้ด้วยตา เพราะมันทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่เจ้าตัวนี้แหละที่จะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องโดยตรง รวมทั้งความอึดของแบตเตอร์รี่ด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของ Kernel ว่าจะเน้นไปทางประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง (Performance) ให้สามารถทำงานได้เร็ว หรือเน้นไปทางด้านความอึกของแบตเตอร์รี่ หรือจะเป็นกลาง ๆ ทั้งสองอย่างก็ได้ (ถ้าจะให้เร็วแรงด้วย แบตอึดด้วย ก็คงจะเป็นไปไม่ได้นะ ฮ่า ๆ)

โดยปกติแล้ว Custom ROM แทบจะทุกตัวจะใส่ Kernel รวมมาให้อยู่แล้ว (อาจจะเป็น Kernel ที่เหมือนเดิมกับที่ติดมากับเครื่อง หรือ Custom Kernel ก็ได้) แต่ถ้าเราไม่พอใจกับประสิทธิภาพหรือแบตเตอร์รี่ของมัน เราก็สามารถไปหาโหลดมาลงทับ Kernel ที่แถมมาได้เช่นกัน

ทั้งสองอย่างที่กล่าวมาด้านบนนั้นเป็นเพียงตัวอย่างหลัก ๆ ของสิ่งที่ทำได้เมื่อทำการ Root แต่จริง ๆ แล้วเรายังสามารถทำอะไรได้อีกหลาย ๆ อย่าง เช่นการใช้งานบางแอปฯ ที่ต้องการสิทธิการเข้าถึงขั้นสูงของตัวเครื่องเพื่อทำงาน เช่นแอปฯ Block โฆษณา ที่ต้องเข้าไปแก้ไฟล์ในระบบของตัวเครื่อง เป็นต้น

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงง จึงขอสรุปง่าย ๆ เป็นขั้นตอนตามนี้เลยจ้า

  1. ทำการ Root เพื่อให้เรามีสิทธิขั้นสูงในการเข้าถึงระบบ
  2. ลง Custom ROM ที่ชอบ เพื่อให้มีฟีเจอร์การทำงาน และหน้าตาตามที่เราอยากใช้มากที่สุด
  3. ลง Custom Kernel ที่ใช่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือการใช้แบตเตอร์รี่ของเครื่อง
  4. ลงแอปฯ ที่ต้องการการ Root ใช้ตามชอบ

จาก 4 ข้อข้างบนนี้ ถ้าไม่ทำข้อ 1 ก็จะทำข้อ 2-4 ไม่ได้เลยนาจา แต่ถ้าทำข้อ 1 แล้วอาจจะเลือกทำบางข้อก็ได้เช่น Root เสร็จแล้วลงแต่ Custom Kernel หรือลงแต่แอปฯ ก็ได้

ถึงตรงนี้คิดว่าหลาย ๆ คนคงพอเข้าใจมากขึ้นแล้วเนอะ ไว้บทความต่อ ๆ ไป จะมาเขียนลงรายละเอียดของแหล่งดาวน์โหลด และวิธีการเลือก Custom ROM, Kernel จากประสบการณ์ส่วนตัว ว่าควรเลือกยังไงถึงจะเหมาะกับเรา นะจ๊ะ


Leave a Reply

Be the First to Comment!

Notify of
avatar
wpDiscuz